> ## Content Index
> Fetch the complete content index at: https://www.play-yer.net/llms.txt
> Use this file to discover other available public pages before exploring further.

# อ่านช่าบ่น: "เกม" "รีวิว" "ความชอบ" และ "คุณ"
- URL: https://www.play-yer.net/tasha-game-review-subjectivity-and-you/
- Published: 2025-10-29T16:30:00.000Z
- Updated: 2026-07-21T16:31:23.000Z
- Description: "เราอ่านรีวิวเกมกันไปเพื่ออะไร?"
- Author: Natasha Strong
- Tags: Editorial

หลายๆ คนอาจจะทราบกันแล้วว่าแอคเค้าท์ของช่า (@kindest\_natlala) ส่วนใหญ่จะพูดถึงเพลงและวงการดนตรี แถมได้เขียนรีวิวอัลบั้มเพลงในเว็ปไซต์ AOTY (เว็บรีวิวอัลบั้มสุดฮอตในยุคนี้) มากกว่า 1,000 รีวิว มีเขียนดีบ้าง เขียนเกรียนๆ บ้าง

ในฐานะคนที่สนใจการรีวิวเกมและเพลง ได้เขียนบทความเกี่ยวกับมีเดียทั้งสองรูปแบบ และในฐานะคนที่เสพรีวิวของคนอื่นๆ มาตลอดหลายปี ช่าก็เข้าใจได้ถึงสัจธรรมที่แท้ทรูอย่างหนึ่งว่า คะแนนรีวิวมันไม่มีความหมายอะไร ต่างคนก็ต่างมีมาตรการและสไตล์การให้คะแนนไม่เหมือนกัน เพราะว่าการที่เราจะชอบเกมสักเกม มันก็เหมือนสิ่งอื่นๆ บนโลกนี้ที่มันมีเส้นบางๆ กั้นระหว่าง **“ของที่ดี”** กับ **“ของที่ชอบ”**

**“ของที่ดี”** มันเป็นการที่เราจะพยายามมองทุกอย่างผ่านเลนส์ **“ภววิสัย” (Objective)** พยายามดูที่ fact และสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่ว่ากราฟฟิคที่ตระการตา performance ที่ลื่นไหล เกมที่ไร้บัค ราคาที่เหมาะสม ความยาวที่ไม่สั้นเกินไปและไม่ยาวเกินไป ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมันก็วัดกันยาก ด้วยสแตนดาร์ดที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ กับเกมและเทคโนโลยีที่ยกระดับในทุกๆ วัน พอมานั่งคิดก็อดขำไม่ได้ว่าเราเคยแฮปปี้มากๆ กับการที่เล่นเกมได้กับจอ 720p และ 30fps ที่คงที่ แต่ในวันนี้สิ่งนั้นมันถือว่าเป็นอะไรที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้แล้ว

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/63c6004b8e578892dcb4c6302c7ca1e9ff610ab5-1920x1080.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

ตัวอย่างเช่น Perfect Dark ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดตลอดกาลด้วยการพลักอุตสาหกรรมไปข้างหน้า

แต่ **“ของที่ชอบ”** หรือความ **“อัตวิสัย” (Subjective)** มันเป็นสิ่งที่สำคัญต่อตัวตน (อัตตา) ของพวกเรา มันคือสิ่งที่มันโดนเส้นเรา ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่ทำให้เราร้องไห้ เกมเพลย์ที่ทำให้เราต้องเปิดเกมหมาทุกวี่ทุกวัน หรือโมเม้นต์ต่างๆ ที่ทำให้เรายิ้มจนลืมบัคในเกมหรือ FPS ที่มันตกได้ตลอดเวลา

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/90dd79d6a8a7b1ae7ef89fab7e0311db20be1dcf-1920x1080.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

เกมตระกูล Warriors อาจจะไม่ได้คะแนนเต็ม 10 เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นที่หนึ่งในใจหลายๆ ท่าน

สิ่งสำคัญที่สุดคือไอ้เรื่อง **“ของที่ดี”** กับ **“ของที่ชอบ”** ที่พูดถึงข้างต้น สองสิ่งนี้เอาจริงๆ มันเป็นอะไรที่นักรีวิวไม่ว่าจะมือฉมังหรือผู้เล่นทางบ้านอย่างเราๆ จะไม่มีวันแยกมันออกจากกันได้

**ขยายสักนิส**

เรื่อง objectivity เกมๆ หนึ่งอาจมีบัคที่ทำให้เราแทบจะเล่นไม่ได้ แต่ตัวเนื้อเรื่องที่มันทัชใจหรือไอเดียเกมเพลย์ที่มันตอบโจทย์เราจังๆ ก็ทำให้เกมอย่าง Cyberpunk 2077 ยุค 1.0 ยังได้คะแนน 9+ จากหลายๆ คน

มันก็เท่ากับว่าคนเรามันแทบอ้างเรื่อง objectivity ไม่ได้ เพราะเวลาเราทำอะไรก็ตามแต่ อัตตาของพวกเราเป็นสิ่งที่บอกเราว่าอะไรมันดีและไม่ดี กรอบ subjectivity มันจะตีให้ความคิดเราไปทิศทางหนึ่ง หลังจากความชอบส่วนตัวมันทำงานแล้ว

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/23b2f57f435bfd6429d48c8be105af59452e7112-1920x1080.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

จะให้ Texture มันมีปัญหาขนาดไหน เกมที่ใช่ ยังไงก็ชอบ

พวกเราจะเอาความ objectivity มาเสริม (ลองสังเกตกันดู) ถ้าเราไม่ชอบแล้วเกมมันบัคเยอะ เราก็จะเอาบัคมากดเกมนี้ แต่ถ้าเราชอบ ต่อให้เกมมันจะเล่นกระตุกขนาดไหน เราก็จะมองมันว่าเป็นแค่ข้อเสีย “เล็กๆ” กับเกมที่ดีมากๆ

อย่างปีนี้ที่ Borderlands 4 ซื้อใจผู้เล่นได้หลายๆ คน ก็มีบัค Inventory ที่ทำให้คนพลาดขายปืนดีๆ ไปหลายกระบอก และปัญหา performance ที่มาจาก Unreal Engine 5 (นรกแตกแท้ๆ เอนจิ้นนี้) ที่ทำเอาผู้เล่นหลายคนต้องปิดเกมทุกๆ 2 ชั่วโมงเพื่อให้เกมกลับมาลื่น จนทำให้เวอร์ชั่น Switch 2 ของเกมนี้ต้องโดนเลื่อนไปอย่างไร้กำหนดการอีกด้วย

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/6791f82666a149cea5f4d2597730dbd73f758391-1920x1080.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

แต่ด้วยอัตวิสัยของผู้เล่นจำนวนมากที่ชอบ Borderlands หรือ looter shooter เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถทนกับปัญหาเหล่านี้จนเล่นจบได้ ด้วยความที่หลายๆ คนคิดว่านี้คือเนื้อเรื่อง Borderlands ที่ดีที่สุดเท่าที่มีมา และการเขียนมุกตลกที่ไม่เกิดไปในโมเม้นท์ที่ควรจะตึงเครียด กับ gunplay (เกมเพลย์แบบยิง) ที่คมมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกภาค ก็ทำให้ไม่แปลกใจว่าในสายตาผู้เล่นจำนวนไม่น้อยนี้ ยกให้เป็น Borderlands ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

**ตัวอย่างแบบรูปธรรม**

งั้นเรามาลองดูตัวอย่างรีวิวเวอร์มือฉมังสองท่านอย่าง Stephanie Sterling จาก The Jimquisition ยัน Mortismal Gaming ที่มีธงในการรีวิวไม่เหมือนกันและยังมีสแตนดาร์ดที่ไม่คงที่ด้วยความไบแอส (ซึ่งก็เป็นกันทุกคน)

กรณี Stephanie Sterling เธอเป็นคนที่ชัดเจนมากในความเห็นที่ไม่ชอบ microtransaction (ระบบการจ่ายเงินจริงเพื่อซื้อของ) ในเกม และการปล่อยเกมมาในเวลาที่ไม่พร้อม เกมไหนบัคเยอะหรือมีระบบซื้อของ แกก็พร้อมจะด่าทั้งผู้ผลิตและเกมอย่างไม่ปราณี ถึงแม้ว่าองประกอบอื่นมันจะดีแค่ไหน จนถึงขั้นที่แกเลิกรีวิววีดีโอเกมไปพักใหญ่เพราะว่าเหนื่อยที่จะต้องพูดถึง microtransaction ทั้งหลาย มีการให้คะแนนอย่างชัดเจนเต็ม 10 ซึ่งบางครั้งแม่นางก็เหมือนจะหลงลืมว่าให้อะไรมากกว่าเกมไหน เพราะเวลาเป็นเห็นลิส Top 10 Game of the Year บางครั้งเกมที่คะแนนต่ำกว่า ก็ดันมาแซงเกมอื่นๆ ซะด้วย

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/65a0888094a8fa840a424ab2ddb1a738ced82f58-1280x720.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

แม่สเตฟแกสวยแท้ช่วงนี้

ด้วยความเฟียสก็ทำให้เกิดปัญหาในหลายครั้ง อย่างกรณีที่แม่ Steph ให้ Hellblade: Senua's Sacrifice 1/10 คะแนน ด้วยความที่โมโหเพราะเจอบัคลบ save file ตัวเอง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างกับการให้คะแนนในครั้งนี้ ด้วยความที่ game-breaking bug (บัคที่ทำให้ตัวเกมพัง) อย่างนี้มันเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากอย่างมาก ทำให้หลายๆ คนรู้สึกว่าเป็นการรีวิวที่ไม่แฟร์นัก จนเจ้าตัวก็ต้องออกมายอมรับถึงความเดือดเกินเบอร์และให้คะแนนเกมใหม่ในที่สุด หลังจากที่เล่นจบอีกรอบด้วยอารมณ์ที่เย็นลง

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/828bf1f1bc6944c7d91d6d0d03d32c8a6069ffc7-1919x1079.png?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

ยังไงก็ต้องยอมมาขอโทษและให้คะแนนใหม่ทีหลัง

ส่วนตัว Mortismal Gaming หรือที่แฟนๆ ชอบเรียกเค้าว่า “ผู้ชายที่มีเวลาไม่จำกัด” (แม่งหาเวลาเล่นจากไหนเนี่ย) ที่สายเล่นเกม RPG จะรู้จักกันดี กับการเล่น 100% ก่อนรีวิวทุกเกม เค้าเป็นคนที่ถ้ารู้ตัวว่ายังไงก็ไม่ชอบก็จะไม่เล่น และไม่ได้ซีเรียสมากเวลาเกมมี microtransaction ต่างๆ ทำให้รีวิวหลายๆ เกมของแกค่อนข้างที่จะเป็นในแง่บวกเพราะว่ามีการกรองมาก่อนหน้าอยู่แล้ว แถมถ้าอะไรไม่โดนเส้นจริงจังก็จะโพสแจ้งในช่อง YouTube ว่าดรอปไปแล้วอีกด้วย ทำให้แกรู้สึกว่าการให้คะแนนในช่องแกมันไม่ได้ช่วยอะไรเยอะ เลยทำให้ตัวแกแนะนำแทนว่า “ซื้อเลย” “ซื้อถ้าชอบแบบนี้” หรือ “รอลดราคาสักนิดก่อน

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/5b1bd4f473c185f54a94af7f5141796ad46ff831-2048x1152.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

แนะนำช่องแกมากๆ เสียงเพราะ

ในความชัดเจนของ Mortismal Gaming ก็ส่งผลถึงข้อเสียของการรีวิวสไตล์นี้ เท่ากับว่าเรารู้อยู่แล้วว่ายังไงเสีย เค้าก็ต้องชอบเกมนี้ในระดับหนึ่ง และด้วยความที่ยังไงเสีย เกมประเภทนี้มันต้องโดนเส้นแกอยู่แล้ว ทำให้รีวิวของ Mortismal Gaming อาจจะฟังดูอะลุ้มอล่วยในบางครั้ง

**“Confirmation Bias”**

อีกอย่างที่เราจะให้แง่บวกได้เยอะในหมู่เกมเมอร์ทั้งหลายคือการที่หลายๆ คนติดหล่มก็คงหนีไม่พ้น **Confirmation Bias**

Confirmation Bias (ความเอนเอียงเพื่อยืนยัน) เป็นอะไรที่น่ากลัวมากในทั้งการเสพสื่อหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าเราติดอยู่ในลูปที่ยืนยันสิ่งที่เราคิดอย่างเดียวอยู่แล้ว เราก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรือได้ลองอะไรใหม่ๆ ในชีวิต เป็นการปิดโลกทัศน์ไปโดยปริยายใน Echo Chamber (ห้องสะท้อนเสียง) ที่เราสร้างขึ้นมาบอกว่าสิ่งที่ฉันชอบมันดีที่สุดแล้ว

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/080fb81a3122b237cd6a05103936b247deb27d1c-1919x1079.png?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

ซึ่งเรื่อง Confirmation Bias ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจและน่ากลัวพอตัว เพราะบางครั้งมันทำให้การเสพสื่อรีวิวของหลายๆ คนมันพลาดจุดประสงค์ของการเข้ามาดูรีวิวตั้งแต่แรก การแสวงหา Confirmation Bias จากรีวิวเพราะเราตั้งเป้าไว้แล้วว่า “สิ่งนี้มันต้องดีสิ” หรือ “เห้ย อันนี้มันต้องกากเว้ย” กลับกลายเป็นการล่าแม่มดไปด้วยปริยายเมื่อคนวิจารณ์มีความเห็นที่ต่าง อย่างกรณี Assassin’s Creed Shadows และทีมงาน GamingDose ที่หลายๆ คนมีธงในใจอยู่แล้วว่า “เกมมันต้องกาก” แต่พอทางทีม GamingDose ให้คะแนน 8.5 พร้อมกับระบุสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ยังไม่โดน กลับมีข้อครหาและการกล่าวหาว่าทาง GamingDose ได้รับเงินมาจากค่าย Ubisoft จนมีมีมซองเงิน 5 บาทที่ค่อนข้างจะไวรัลในทวิตเตอร์ช่วงต้นปี

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/555111bfc16770da6bfd7efe30de3260fd13653f-4096x4096.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

รูปในตำนาน (จาก @jokerboyGD)

กลับกัน เมื่อเกมที่เรามีธงแล้วว่านี่แหละที่สุดของปี กลับได้รีวิวที่เราคิดว่า “คะแนนมันต่ำไปไหม!?” ก็เกิดปัญหาด่าทอกันได้อีก ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงตัวอย่างของปีนี้ก็คงหนีไม่พ้นเกมตัวตึงรางวัล GOTY อย่าง Clair Obscur: Expedition 33 ที่มีแฟนคลับที่ค่อนข้างจะ… **passionate** (หลงใหลคลั่งไคล้) สุดๆ จนเกิดประเด็นหลายๆ รอบนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างตอนที่ Famitsu สื่อรุ่นเก๋าจากญี่ปุ่น ให้คะแนนเกมนี้ 36/40 (หรือว่า 9/10 ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่สูงมาก) แล้วมีการตัดคะแนน localization (การแปลเป็นภาษาท้องถิ่น) ของเกมออก ก็ทำให้รถทัวร์ดริฟมาหลายขบวนและเกิดการกล่าวหาว่า Famitsu ไม่ให้เต็มสิบเพราะมันไม่ใช่เกมญี่ปุ่น มันเป็นเหตุการณ์ในคอมมิวนิตี้เกมที่ชวนให้เกาหัวเหมือนกัน

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/42d8028e479605733a0824ca04cc7a3b4216336b-736x760.webp?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

ภาพจาก u/SatisfactionNeat3937 ใน Reddit ส่วนโพสใต้เม้นท์นั้นถ้าใจไม่ถึงอย่าไปอ่านเลยค่า

**มุมมองส่วนตัว**

การอ่านรีวิวสำหรับมุมมองของช่าคือ การที่เราจะหาใครสักคนที่เรามีเทสใกล้เคียงกันเพื่อดูว่าเกมนี้เหมาะกับเราไหม โดยส่วนตัวแล้วช่าก็หาอ่านรีวิวอีกคนที่เทสเกือบตรงกันข้ามกับตัวช่าเลย เราะช่าอยากรู้ถึง perspective ของคนที่ไม่ได้อินกับระบบเกมที่ช่าอาจจะชอบ มันเป็นการเปิดโลกอย่างหนึ่งเพราะมันก็เท่ากับว่าช่าได้ challenge ความชอบและเทสของตัวเอง และได้มองจากมุมที่กว้างขึ้น

ช่าว่ามันเป็นเรื่องน่าเสียใจที่คนดันเอาเลขรีวิวไปเป็นอาวุธอะไรสักอย่าง ในการกดทับเทสที่แตกต่าง และการพยายามอ้าง “objectivity” ที่แฝง “subjectivity” มันกลายเป็นการเอารีวิวมาบังความไม่ชอบในหลายๆ สิ่งของตัวเอง

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/e585fb9ec3480d6a675c80767be62a20e6b02923-1280x720.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

กลายเป็นว่า SkillUp ไปทำให้ Culture War บานปลายกว่าเดิมแค่เพราะตัวเองไม่ชอบเกมหนึ่งเกม

เหมือนกรณีรีวิว SkillUp และ Dragon Age: Veilguard หรือ Assassin’s Creed Shadows ที่ทางช่อง SkillUp เองโดนกลุ่ม anti-woke หลายคนเอารีวิวตัวเองไปไล่ด่าคนที่ชอบสองเกมนี้ ทั้งๆ ที่ตัว SkillUp เองก็ชัดเจนว่าที่ไม่ชอบนั้นส่วนใหญ่แล้วมาจากการที่ตน burnout กับเกมแนว “open world” (โลกเปิด) และความตลกร้ายของวีดีโอทั้งคู่คือตัว SkillUp เองขอร้องว่า “อย่าเอาวีดีโอเราเป็นที่ตั้ง และอย่าเอาไปว่าคนอื่นที่ชอบ” ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือสิ่งที่เค้าขอร้องให้คนดูไม่ควรทำ

ส่วนตัวแล้ว ช่าคิดว่า “การให้เกียรติ” เทสของคนอื่น ส่วนตัวแล้วหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของการรีวิวหรือเสพรีวิวคือ “การที่เราจะไม่เอาความชอบและไม่ชอบของเราไปกดทับคนอื่น” เราจะไม่เอาคะแนนอะไรก็ไม่รู้ของเกมหนึ่ง ไปกดอีกเกมหนึ่ง หลายๆ ท่านเห็นแค่คะแนนแต่ไม่ได้อ่านบทความเพื่อจะเข้าใจความคิดของคนให้คะแนนเลย

**บ่นมาตั้งเยอะ ตกลงจะพูดถึงอะไรกันแน่เนี่ย!?**

สุดท้ายท้ายสุด การรักอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเกมหรือสื่ออื่นๆ อย่างเพลงและหนัง มันก็กลับมาอยู่ที่ความชอบส่วนบุคคล มันไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่ต้องเบ่งอะไรกันมากขนาดนั้นหรอก เพราะธงของพวกเราทุกคนมันต่าง การเจอใครที่ธงคล้ายๆ กันสักคน แล้วลองฟังลองดูเค้าเล่นก่อน มันก็ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ของที่ชอบมันไม่จำเป็นต้องเป็นของที่ดี บัคเยอะขนาดไหน เกมกระตุกเท่าไหร่ หมาขนาดไหน ก็รักได้

ของที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นของที่ชอบ กวาดรางวันแม่งทุกสาขาก็ได้ แต่ถ้ามันไม่โดนเส้นมันก็ไม่มีความหมายสำหรับเรา

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/7c2a33ee3562dec7237e4f49ecf36d50460a5cbe-1920x1080.jpg?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

Avowed เป็นเกมที่อาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคน แต่ช่าก็รักมันมากๆ เลข 6 หรือ 7 จากใครก็เปลี่ยนใจช่าไม่ได้

อีกอย่างที่ลืมไม่ได้คือการให้เกียรติความคิดเห็นของคนอื่น ทุกคนล้วนมีธงไม่เหมือนกันเวลาจะเสพสื่ออะไรสักอย่าง ถ้าใครชอบหรือไม่ชอบอะไรบางครั้งก็ต้องปล่อยเค้าไป แต่เค้าก็ไม่มีสิทธิ์จะมากดทับความชอบของเราด้วย

บางครั้งเราต้องเปิดใจลองอ่านรีวิวของคนที่เราอาจจะไม่เห็นด้วยเพื่อดูว่า ตกลงเค้าชอบ/ไม่ชอบเพราะอะไร ถ้าเหตุผลของเค้าฟังดูขึ้น (ไม่ว่าจะจริตที่มีให้เกมเพลย์ หรือการที่ไม่ได้อินกับเนื้อเรื่อง) เราอาจจะเจอมุมมองใหม่ๆ ก็เป็นได้ แต่ถ้าความไม่ชอบของเค้ามันออกแนวหลอนๆ เรื่องการเมือง เราก็จะได้เผ่นไปอีกทาง เย้ย

![](https://cdn.sanity.io/images/f2pylhpk/production/f5baea9c537450dbd8c10d9fa0b22d991f34815c-640x295.webp?w=3840&q=75&fit=clip&auto=format)

คือถ้าจะตัดสินเกมอย่างนี้ ช่าขอลาละค่า

สำหรับเรา ตอนแรกก็เคยให้คะแนนเป็นตัวเลข แต่ก็คิดว่ามันยากมากที่จะอธิบาย และแสตนดาร์ดตัวเองก็ไม่ค่อยคงที่ ตอนนี้เราเลยมองว่าการที่เราได้ Appreciate การมีอยู่ของเกมได้และไม่กดดันกันผ่านเลขที่อาจจะไม่ได้มีความหมายขนาดนั้น มันก็มีความสุขแล้วละ