Disco Elysium
" โลกใบนี้สิ้นสุดแล้ว ตัวเราสิ้นสุดแล้ว ความสิ้นหวังวาดวางมั่นอยู่ตำตา "
มีการใช้ภาพที่แสดงถึงการอัตวินิบาตกรรม (การฆ่าตัวตาย)
เสียงในหัวร้องลั่น พูดกันด้วยไม่ประสา
" โลกใบนี้สิ้นสุดแล้ว ตัวเราสิ้นสุดแล้ว ความสิ้นหวังวาดวางมั่นอยู่ตำตา "
หัวส่งเสียงวิ้ง ร่างกายหนืดเหนียว ดวงตาคล้อยหย่อนหนักอึ้ง
คุณตื่นขึ้นมาในห้องที่ตัวคุณเองไม่รู้จัก ไม่รู้ทั้งสถานที่ สถานการณ์ สถานภาพ เสื้อผ้ากระจัดกระจาย ละเลงเรียงรายตามพื้น
ผู้ชายคนนี้ใคร คุณถาม เมื่อภาพส่องกระจกฉายให้เห็นตัวเอง ที่แดงบวมจากสุรา ที่แดงก่ำจากยา ที่แดงระเรื่อจากความเจ็บปวด และรอยยิ้มที่คุณไม่รู้ว่ามาจากเหตุใด
ทำไมคนถึงเรียนคุณว่านักสืบ? คุณคิด ด้วยหัวสมองที่ไม่มีอะไรหลงเหลือ

ยินดีต้อนรับสู่มาร์ติเนส เมืองท่าเล็กๆ ในเรวาชอล แหล่งรวมมนุษย์ผู้โศกเศร้า สถานที่ที่เป็นดั่งหัวใจอันแตกร้าว
คุณคือนักสืบ ผู้สืบหา ผู้ตรวจตรา ผู้บังคับใช้กฎหมาย
ศพขึ้นอืดห้อยลงมาจากต้นไม้
ใคร
คือ
คน
ฆ่า

ดิสโก้อีลีเซียม สวรรค์วิมานสุดโศกสันต์
จะให้คุณรับบทเป็นนักสืบที่ดื่มเหล้าเมายาแถมตื่นขึ้นมาความจำเสื่อม และต้องไขคดีฆาตกรรมของชายคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองอย่างเข้มข้น โดยที่มีหลากหลายฝ่าย หลากหลายคน หลายหลายตัวตนเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ รัฐบาล สหภาพแรงงาน ผู้คนชาวบ้าน เด็กเกรียนที่ตกชั้นการศึกษา ทหารหนีทัพ
ทุกตัวละครเป็นตัวตนที่เกิดจากความควบแน่นทางการเมือง ทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน
ตัวคุณที่ความจำเสื่อม ต้องเริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์หลังจากคืนที่ดูแล้วจะรวดร้าวแสนสาหัส แล้วไขคดีให้ได้ก่อนการปะทะกันของหลายฝ่ายจะเกิดขึ้น
การเล่น

ผมไม่เคยเล่นเกม CRPG อะไรมากนัก ก่อนหน้านั้นตัวเองได้เล่นบาวเดอร์เกทภาคสามก็มีความรู้สึกว่ามันคงคล้ายกัน นั่นคือคุณจะได้ควบคุมตัวเอก เดินในเมืองพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับตัวละครต่างๆ เพื่อทำภารกิจ โดยใช้การทอยเต๋าเพื่อติดสินผลการกระทำร่วมด้วยว่าเราจะทำการกระทำนั้นได้หรือไม่ตามสัดส่วนบอกความเป็นไปได้ คำนวนด้วยสเตตัสของเรา
เราจะกระโดดหมุนตัวเตะคางคู่ต่อสู้ เราจะตบเด็ก เราจะเตะหมา เราจะวางก้ามเต๊ะท่า เราจะงัดแงะประตูบ้านคนอื่น

ถ้าเราทำได้ ผลจะเป็นไปอย่างที่หวัง
แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะพบความผิดหวัง ส่งผลต่อค่าพลัง และอาจส่งผลต่อเนื้อเรื่อง

ค่าพลัง
เมื่อคุณกระโดดหมุนตัวพลาด หัวฟาดลงพื้นหลอดเลือดคงจะลดลงเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว
และเมื่อเราวางก้ามเต๊ะท่าอวดเบ่งอำนาจแล้วอีกฝ่ายไม่เกรงกลัว ค่าขวัญกำลังใจก็จะลด มันหดหายจนแทบจะมุดรูกำเนิดกลับไปใครๆ ก็เคยคิดกัน
ค่าหลอดเลือด กับค่าขวัญกำลังใจ

สองค่าคือค่าพลังหลักในเกมนี้ หากค่าใดค่าหนึ่งลดลงจนเหลือ 0 เกมก็จะจบลงทันที
นอกจากส่วนนี้แล้วในเกมก็ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกมจบลงอีกด้วย ฉะนั้นเลือกกระทำสิ่งใดระวังให้ดี
ค่าสถานะ

หรือเสียงในหัว เป็นระบบที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของเกม สเตตัสเหล่านี้จะถูกแบ่งเป็นหมวดหมู่สี่หมวด ยี่สิบสี่ประเภทให้เราได้เลือกพัฒนา และต้องพูดว่าแต่ละประเภทนั้นสร้างตัวตนให้กับตัวละครได้ดีมากๆ
Intellect (ความฉลาดของสมอง)
Logic (ตรรกะ) Encyclopedia (สรรพความรู้) Rhetoric (วาทศิลป์) Drama (การแสดง) Conceptualization (ความเข้าใจแนวคิด) Visual Calculus (การแต่งจิตสร้างภาพ)

Psyche (ความเฉลียวของจิตใจ)
Volition (เจตจำนงตั้งมั่น) Inland Empire (วิมานความคิด) Empathy (จิตเห็นใจ) Authority (การทรงอำนาจ) Esprit De Corps (จิตวิญญาณพิทักษ์หมู่มวล) Suggestion (การแนะนำสั่งสอน)

Physique (สรรพพันธ์ร่างกาย)
Endurance (ความอดทนต่อความเหนื่อยอ่อน) Pain Threshold (ความอดกลั้นต่อความเจ็บปวด) Physical Instrument (ความแข็งแกร่ง) Electrochemistry (ปฏิสัมพันธ์เคมี) Shivers (สันหลังที่แล่นเสียว) Half Light (ความสั่นกลัว)

Motorics (การขับเคลื่อน)
Hand/Eye Coordination (มือตาสัมพัทธ์) Perception (สัมผัสสังเกต) Reaction Speed (ความเร็วตอบโต้) Savor Faire (ความมั่นใจ) Interfacing (ความคล่องมือ) Composure (การคงตน)

แน่นอนว่าแปลเอาอรรถรส เพราะสำหรับตัวผมแล้วนี่คือตัวตนของพวกเขา ความสามารถของเราสะท้อนกับสเตตัสที่พัฒนา ในขณะเดียวกันความดังของเสียงของพวกเขาก็จะขึ้นอยู่กับความสูงต่ำของสเตตัสเหล่านี้เช่นกัน
"เห้ยดูดหรี่ซักมวนดิ"
"เห้ย ชกกำแพงเข้าไปเลย"
"ทำงั้นไม่อายชาวบ้านเขารึไง"
"เห้ย กรึ้บเหล้าซักช็อต"
"ดูดอะไรซักปึ้ดไหมเพื่อน"
อะ มันจะดูไหลไปในทางยาเสพติดเสียหน่อย แต่ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวแล้วพี่"ปฏิสัมพันธ์เคมี"นี่แหละที่จะออกมาบ่อยที่สุด ยั่วให้เราดูด เสพ ดื่มสิ่งเสพติด

แต่นอกจากอะไรห่ามๆ แล้วก็ยังมีอะไรหลายอย่างที่คอยช่วยเหลือเรา ปลอบประโลมเราเช่นกัน
"ระวังหน่อยนะ ข้างหน้าสัมผัสแปลกๆ"
"คุณจะไม่เป็นไร มันไม่ใช่อะไรที่แย่ขนาดนั้น ผมมั่นใจ"
"คุณทนได้ คุณผ่านไปได้"
"ลองทำแบบนั้นสิ อาจจะดีก็ได้นะ"
หรือไม่ก็พี่สรรพความรู้ ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของโลกให้เราฟัง

มันคือตัวตนของเรา คือเสียงของเรา ไม่ใช่แค่สถานการณ์ภายนอกเท่านั้นที่สร้างเรื่องเล่าของเกม พวกเขาเหล่านี้นอกจากจะสร้างแรงกระทบให้กับโลกภายใน พวกเขาก็คุยกับเราอยู่ตลอดเวลา สะท้อนความเป็นเรา ช่วยตัดสินใจการกระทำ ทำให้ตัวเอกรู้สึกถึงตัวตนของเขาอีกครั้ง
ตัวตนที่เราต้องหานั้นไม่ใช่แค่ชื่อ
แต่สิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่เขาเชื่อ สิ่งที่เขาแสดงออก เลือกพัฒนาส่วนไหน ส่วนไหนจะงอกเงยจนเติมเต็มตัวละครที่ว่างเปล่า
ความคิด

นอกจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ค่าสถานะ และอุปกรณ์แล้ว
ความคิดเองก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่สร้างความเป็นตัวเองให้กับตัวละคร ประเด็นไหนที่ได้พบเจอในเนื้อเรื่อง ประเด็นนั้นจะตกผลึกออกมาเป็นความคิดให้เราได้สวมใส่
เมื่อสวมใส่แล้วตัวเราจะติดสถานะติดลบบางอย่างในขณะคิดไปจนกว่าจะครบกำหนดเวลา เมื่อครบแล้วจะได้รับสถานะหรือรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้นมาถาวรหากสวมใส่
เช่นว่า หากคุณกำลังคิดรวบรวมสติจากอาการเมาค้าง คุณก็จะจดจ่ออยู่กับมัน ยิ่งจดจ่อสมาธิในส่วนอื่นของคุณก็จะแย่ลง แต่หากผ่านพ้นช่วงคิดไปได้แล้ว คุณก็จะได้รับสถานะสติครบครันพร้อมทำงานและรางวัลคนเก่ง
You got your shit together
ในส่วนนี้เองที่เกมใช้วิธีการตั้งชื่อความคิดแต่ละอันแซะประเด็นทางการเมืองได้อย่างน่าขันและประชดประชันอย่างที่สุด

ผู้คน

อย่างที่บอกว่าตัวตนของตัวละครคือผลของความควบแน่นทางการเมืองที่ออกมาเป็นอะไรก็ตามที่อยู่ในมาร์ติเนส พวกเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สถานการณ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด มีการกระทบกระทั่งกันของแรงงาน สหภาพแรงงาน คนของสหภาพแรงงาน คนจากรัฐบาล รอยัลลิส ทหารเก่า ผู้ลี้ภัยทางการเมือง คนติดเหล้า เด็กมีปัญหา ผู้งมงายในคำสาป ผู้งมงายในทฤษฎีสมคบคิด ผู้คลั่งชาติ นอกจากนั้นแล้วยังมาจากหลากหลายพื้นเพ หลายภาษา แม้นจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการดำเนินเกม แต่ด้วยสำเนียงและคำหยิบยืมทำให้รู้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่เป็นผู้คนย้ายถื่นฐานมาจากหลากหลายประเทศ

นอกจากสิ่งที่เป็นเค้าถูกเรียก เกมยังสร้างสิ่งที่พวกเขาเป็นจริงๆ ได้อย่างมีมิติ มีความขัดแย้งในตัวเอง มีความผิดพลาดในอดีตสะท้อนตัวตนของพวกเขาออกมา ให้รุนแรง ให้ร่าเริง ให้สันโดษ ให้ทุกข์เศร้า
มันสะท้อนกลับมายังโลกของเรา ไม่ว่าสุดท้ายจะเป็นใคร ตัวตนของเราคือสิ่งที่เกิดจากการควบแน่นทางการเมือง ตั้งแต่สาเหตุในการมีอยู่ของตัวเราแล้วด้วยซ้ำ

และมาร์ติเนสกำลังตึงเครียด ทุกฝักฝ่ายกำลังตึงเครียด เมื่อเมืองเกิดการฆาตกรรม แล้วผู้ตายเป็นคนของฝ่ายหนึ่ง
อะไรก็ตามที่กำลังตึงเครียดนั้นจึงจะปะทุ
เรามีหน้าที่หาสาเหตุ ตามหาฆาตกรกับแรงจูงใจ และในขณะเดียวกันในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย การควบคุมดูแลความสงบสุขก็เป็นหน้าที่ของเราเช่นเดียวกัน

บทสนทนา

ผมคิดว่ามันคือจุดสุดยอดของเกมนี้ สำหรับผมแล้วมันสมบูรณ์แบบ ความจิกกัดตลบตะแลงประชดประชัน น้ำเสียงถ้อยคำถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างละเมียดที่สุด ผูกเข้ากับตัวละคร สถานที่ สถานการณ์อย่างดี ยามคับขัน ยามผ่อนอารมณ์ ด้วยเซ็ตติ้งที่ค่อนข้างคล้ายกับปัจจุบันทำผู้พัฒนาใส่ความหมาย สอดความนัยได้อย่างดี แม้จะมีตัวละครมากมาย แต่ด้วยบทสนทนาทำให้อัตลักษณ์ของพวกเขาชัดเจนขึ้นมากๆ

การดำเนินเรื่อง

ผมไม่รู้ว่าอย่างนีเรียกว่าช้าหรือไม่ เพราะตัวเองก็ใช้เวลากับเกมนี้นานสำหรับหนึ่งรอบรัน (หกสิบชั่วโมง) โดยส่วนตัวแล้วคิดทุกอย่างในเกมนี้ทุกสร้างขึ้นมาอย่างประณีต ทุกอย่างที่ผู้เล่นเห็นและสัมผัส รูป เสียง การเคลื่อนตัวของสถานการณ์ มันส่งภาพให้เห็นอย่างแจ่มชัด ทุกสายศาสตร์สามารถไปถึงจุดใดจุดหนึ่งของเรื่องได้โดยได้รับประสบการณ์ต่างกันตามแต่ตัวละคร ด้วยเวลาที่เดินเมื่อบทสนทนาเกิดขึ้น ทำให้เราต้องหาอะไรปฏิสัมพันธ์ตลอดเวลาเพื่อให้การสืบสวนดำเนินไป

และคุณจะได้เดินในแบบของคุณ ได้พูดในแบบของคุณ โดยเฉพาะกับผมที่ใช้การติดต่อสื่อสารในการทำงานในชีวิตประจำวันแล้ว ผมสามารถเลือกอะไรที่ต้องการพูด สื่อสาร แสดงออกได้อย่างเป็นตัวเองสุดๆ
พูดเกลี้ยกล่อมแสดงความเห็นใจ ใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญ ปลดปล่อยกำลังเพื่อไปยังจุดหมาย
คุณสามารถทำได้ โดยกระทำมันใส่ตัวละคร (และวัตถุ) โดยรอบ
แน่นอน พวกเขาจะคิดกับคุณตามแต่พฤติกรรมที่ตัวคุณแสดงออกไป
ฉะนั้นระวังให้ดี

การเมือง

เกมนี้ขาดส่วนนี้ไม่ได้เลย
เพื่อองค์กร เพื่อประชากร เพื่อสหพันธ์ เพื่อตัวเอง เพื่อกฎหมาย
ทุกขั้วฝ่ายการกระทำมีให้เลือกใช้ในตัวเกมที่แสดงชัดว่าฝักฝ่ายไหนเป็นอย่างไร สร้างผลกระทบอย่างไรให้อีกฝ่าย

ตัวเอกของเรานั้นไม่มีความทรงจำ ก่อนหน้านี้ตัวเองจะยึดถือแบบใดมันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ในเมืองที่ไม่มีใครรู้จักคุณ และในสถานการณ์ที่คุณเองก็ยังไม่รู้จักตัวเอง
แนวทางไหนที่เชื่อ แนวคิดไหนที่อยากแสดงออกไป หรือไม่แสดงออกไป คุณค่าใดที่จะเสริมตัวตนหลังความทรงจำเลือนหาย

คุณจะแก้ไขวิกฤตการณ์การดำรงตนอย่างไร
ผูกกับผู้คนกลุ่มไหน เชื่อในอะไร

มันขึ้นอยู่กับคุณ มีตัวอย่างแสดงชัดให้เห็นในตัวเกม

ความในใจผู้เขียน

ดิสโก้อิลีเสียมเป็นเกมตำนานที่ไม่ว่าใครก็พูดถึง ผมได้สัมผัสตำนานนั้น และสะท้อนคุณค่านั้นลงบนตัวเองอย่างชัดเจน
มันสร้างความมั่นคงในใจและความเชื่อ ในอุดมการณ์ของผมให้หนักแน่นขึ้นอย่างไม่มีอะไรทำให้ได้
โดยเฉพาะในผมเองที่เกิดเป็นชายแท้ที่ต้องสะท้อนคุณค่าในสังคม คุณค่าทางการเมือง คุณค่าในตัวตนใส่ในตัวเองเพื่อจะได้รับคุณค่า ให้ตรงเพศ ให้หางาน ให้รักเงิน ให้ส่งเสริมคุณค่าเหล่านั้น
เกมนี้ดึงผมออกมา จับยัดลงไปในโลกที่ไม่ห่างจากความเป็นจริงนัก
และให้ผมค่อยๆ เรียนรู้ ได้คิดอีกครั้ง
ดึงออกมา จากสิ่งที่ยึดติด จากสิ่งที่เชื่อ ดึงออกมาให้ดู ให้เลือก
ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร
จะเป็นอะไรก็เป็นได้ จะเป็นอะไรตัดสินใจให้มั่น เกมบอกแบบนั้น
อย่าเป็นคนหลายใจก็พอ
หากมีเวลาลองดูครับ
ปล.คิมคัตสึรากิจะเป็นชายที่ผมเคารพรักตลอดชีวิต
