(IR)RESPONSIBILITY: ความ (ไร้) รับผิดชอบของผู้พัฒนาและแฟนด้อม Mouthwashing

Fucking Hypocrites...

Share
(IR)RESPONSIBILITY: ความ (ไร้) รับผิดชอบของผู้พัฒนาและแฟนด้อม Mouthwashing

Content & Trigger Warning: เนื้อหาของบทความนี้ มีเรื่องเกี่ยวกับ "การล่วงละเมิดทางเพศ" "การใช้ความรุนแรง" "การฆ่าตัวตาย" และ "การตั้งครรภ์" และมีการสปอยเนื้อหาของเกม Mouthwashing


ไม่มีใครไม่รู้จัก Mouthwashing

เชื่อว่าคนที่เล่นหรือตามข่าวสารเกี่ยวกับวีดีโอเกมส่วนมากต้องเคยได้ยินชื่อเกม "Mouthwashing" ผ่าน ๆ หรือต้องเคยเห็นโลโก้ที่มีลูกตาอันแดงก่ำที่สะดุดตา หรือเห็นวีดีโอ Let's Play (แคสเกม) จำนวนไม่น้อยบน YouTube และมีมอีกมากมายบน TikTok

แค่เห็นก็ขนลุก ดูก็รู้ว่าตัวเกมมันมีอะไร

ด้วยความที่ตัวเกมนั้นกล้าในการพูดถึงประเด็นหนัก ๆ อย่างการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน การข่มขืน ปิตาธิปไตย ทุนนิยมยุคปลาย ความรับผิดชอบชั่วดีและจิตใต้สำนึกของคน ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงกับราคาที่เบากระเป๋า ก็ทำให้เกม Mouthwashing ได้ถูกยกเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดในทศวรรษนี้

สิ่งที่น่าจะพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับเกม Mouthwashing ก็คงหนีไม่พ้น Anya แพทย์ประจำยาน Tulpar และหญิงสาวเพียงคนเดียวในเกม ต้องมาติดแหง็กอยู่ในยานอวกาศที่เกิดอุบัติเหตุชนอุกกาบาต กับคนที่... ถ้าให้พูดกันตรง ๆ เลย "หัวควย" ทั้ง 4 ไม่ว่าจะเป็นตัวละครหลักอย่าง "Jimmy" เป็นผู้กระทำย่ำยีเธอจนเธอท้อง "Curly" กัปตันเรือ และช่างประจำทีมอย่าง "Swansea" ที่รู้เรื่องทุกอย่างแต่ไม่ Take Action อะไรเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แม้กระทั่งตัว "Daisuke" เด็กฝึกงาน (ตัวละครที่ผู้เล่นหลาย ๆ คน อาจมองข้ามการกระทำของเค้า) รับรู้การกดขี่ข่มเหงรังแกในที่ทำงานระหว่าง Jimmy และ Anya แต่ตัวเค้าเลือกที่จะไม่พูดหรือห้ามอะไรเหมือนกัน

ในช่วงกลางเกม Anya ได้ทำการตัดสินใจลาโลกจากการทานยาเกินขนาด สำหรับเธอแล้วนั่นคือ อำนาจเดียวในการตัดสินใจของเธอบนยาน Tulpar ที่ไม่มีใครแคร์เธอจริง ๆ แม้แต่คนเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Anya คือความผิดของทุกคน

เกมนี้ยังมี Symbolism ที่ทางผู้พัฒนาใช้ได้อย่างเจ็บแสบ ก็คือการที่ Curly (กัปตันเรือผู้เพิกเฉย) ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแผลไฟไหม้ระดับที่ 3 ทำให้เค้าต้องนอนติดเตียง ไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ เหมือนเด็กทารกที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งตัว Curly ทำหน้าที่เป็นอุปลักษณ์ของเด็กที่จะเกิดมาจาก Anya เพราะเธอเป็นคนที่ต้องทำหน้าที่ดูแลเค้าแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่คนที่ข่มขืนเธออย่าง Jimmy นั้นลอยตัว อยู่เหนือความรับผิดชอบ โยนทุกอย่างให้กับ Anya

การที่ตัวโลโก้ของเกมเป็นดวงตาของ Curly ก็เป็นอีกสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ Curly ณ ตอนนี้ ไม่สามารถ "ปิดตาข้างหนึ่ง" (Turning a Blind Eye) ได้อีกต่อไป เค้าต้องรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเลยกลายเป็นเรื่องตลกร้าย จากตอนแรกที่เค้ามีอำนาจในการตัดสินใจลงโทษผู้กระทำผิดและช่วยเหลือเหยื่อ กลับกลายเป็นว่าเค้าไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่มองความอัปยศเกิดขึ้นตลอดในเนื้อเรื่องของเกม

สิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามเกี่ยวกับ Mouthwashing คือระบบทุนนิยมและความไร้ความรับผิดชอบต่อพนักงานขององค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น:

  • การที่บริษัท Pony Express (บริศัทผู้ว่าจ้างตัวละครในเกม) ไม่ได้ติดตั้งกลอนล็อคประตูห้องนอนของพนักงาน แต่เลือกที่จะมีล็อคอันหนาแน่นกับประตูห้องอื่น ๆ ที่มีของที่มูลค่า
  • การที่ช่วงต้นเกมพูดถึงประเด็นที่บริษัท Pony Express มีการประเมินทางจิตวิทยาทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานเป็นอย่างมาก และการจ้าง Jimmy เองที่ไม่ได้ผ่านการประเมินทางจิตวิทยา แต่ได้เข้ามาทำงานผ่านการฝากฝังจาก Curly
  • การที่บริษัท Pony Express ไล่พวกเค้าทั้งหมดออกแบบฟ้าผ่า ส่งผลให้ต้องติดแหงกอยู่ในอวกาศอีก 260 กว่าวันอย่างไร้จุดหมาย

พูดกันตามตรง ถ้าตัว Pony Express เองรอบคอบกว่านี้ในระดับองกรค์ ตัวเกมนี้จะไม่เกิดขึ้น

ถึงแม้ Mouthwashing จะมีธีมหลักและสารในการส่งต่อสู่ผู้เล่นได้อย่างชัดเจนมาก ๆ แต่ด้วยการมีวัฒนธรรม "Fandom" ของเกมนี้ ทำให้เกิดปัญหาในการแยกแยะระหว่างสิ่งที่แฟนคลับมโนหรือคิดขึ้นเอง (Fanon) กับเรื่องราวหรือเนื้อหาจริง ๆ ตามเนื้อเกม (Canon) จนใจความในเนื้อเรื่องที่เกมอยากสื่อสารมันผิดเพี้ยนไปจากเดิมมาก กลายเป็นว่าเรา "ปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น" กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องหลักซะอย่างงั้น เหมือนกับที่ตัว Curly ได้ทำก่อนที่ยานจะชนกับอุกกาบาต


M(i)nimalising the Crime: ปิ(ด)ตาธิปไตย

การ "ปิดตา" ของด้อมเกม Mouthwashing อาจจะไม่ได้มีเจตนาร้ายโดยตรง อีกทั้งยังสามารถเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ มีทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ทว่ามันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางอย่างในด้อมเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานวาด งานเขียน หรือการสร้าง Alternative Universe ขึ้นมา มันทำให้สถานการณ์ในเกมถูกลดทอนลง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือการ Mischaracterize (ทำให้ผิดคาร์แรกเตอร์) ของตัวละครต่าง ๆ

ทั้งนี้การ “ทำให้ผิดคาร์แรกเตอร์” กับการ “ตีความคาร์แรกเตอร์ตัวละครหากตกอยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ” นี่ว่ามันมีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่นะ
- คุณ @spiveller_ ได้กล่าวไว้
การที่ทำให้ Jimmy ดู "คูล" ก็เป็นสเต็ปเล็ก ๆ ที่ "Wash" (ลบล้าง) ความเป็น "อาชญากร" ของเค้า

อย่างกรณี Alternate Universe ที่เป็นที่รู้จักที่สุด ก็คือการที่ตีความว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเกมเป็นหนังและตัวละครทั้งห้าคือนักแสดง แถมยังได้รับการแชร์จากทาง Wrong Organ ทีมผู้พัฒนาเกมเสียเอง

การตีความว่า "สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นมา" ทำให้ทุกประเด็นในเกมมันถูกลดทอนลงไประดับนึง ถูกพูดถึงเป็นเรื่องตลกในแฟนด้อมทั้งใน Reddit, Twitter หรือแม้กระทั่ง TikTok ว่า "สิ่งแย่ ๆ ที่เกิดขึ้น มันเป็นแค่หนัง" ซึ่งการที่ทีมงาน Wrong Organ เอง Endorse (ให้การหนุนหลัง) Fanon นี้ผ่านการใช้วีดีโอเหล่านี้ในช่วงที่เกมได้รับรางวัลประมาณปลายปี 2024 มันก็เป็นการเปิดประตูให้แฟนด้อมทำ AU เพิ่มเติม และ AU เหล่านี้ ก็จะยิ่งฉีกออกจากเนื้อเรื่องเกม (Canon) ออกไปอีก จนภาพลักษณ์ของเกมมันเริ่มบิดเบือน

ซึ่ง AU ประเภท "เปลี่ยน" ตัวละครหรือสถานการณ์ในเกม มักจะเป็น AU ที่มีการเปลี่ยนอุปนิสัยของตัวละครต่าง ๆ โดยเฉพาะ Jimmy ไม่ว่าจะเป็น "Lobotomized Jimmy AU" (Jimmy เวอร์ชั่นผ่าตัดสมองส่วนหน้าจนกลายเป็นคนเหม่อลอย) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน TikTok และ Tumblr หรือจะเป็น "Nice Jimmy AU" ที่บนเรือไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น และ Jimmy เป็นเพื่อนที่ดีกับทุกคน หรือแม้กระทั่ง "Pirate AU" ที่มัน "ออกทะเล" ไปไกลแสนไกลจริง ๆ กลายเป็นเรื่องผจญภัยเกี่ยวกับตัวละครทั้ง 5 ที่เหมือนเอามาแต่ชื่อและหน้าตาเฉย ๆ ด้วยความที่ไม่มีตัวละครไหนตรงนิสัยกับในเกมสักตัว

การที่แฟนด้อมของ Mouthwashing ดัน AU เหล่านี้ มันก็เหมือนเป็นการ "หนีปัญหา" และ "ปัดความรับผิดชอบ" ของตัวละครในเกม โดยเฉพาะตัว Jimmy ผู้ที่กระทำความผิดอย่างมหันต์ในหลาย ๆ เรื่อง ผ่านการแยกตัว Jimmy ออกจากสิ่งที่เค้ากระทำโดยการเปลี่ยน "เรื่องราว" ของเค้าโดยสิ้นเชิง

อีกสิ่งที่เกิดขึ้นในแฟนด้อมของ Mouthwashing อยู่บ่อยครั้งคือ การ Infantilize (การปฏิบัติต่อผู้ใหญ่เหมือนเด็ก) ตัว Jimmy และ Curly ผ่านการวาดตัวละครทั้งสองเป็น "Babygirl" ทำให้พวกเค้าดูไม่มีพิษไม่มีภัย เพื่อที่จะจิ้นตัวละครทั้งสอง ซึ่งการจิ้นตัวละครสองตัวนี้ (หรือไม่ว่าจะ Pairing ไหนก็ตามแต่ เอาจริง ๆ เกมนี้มันมีอะไรน่าจิ้นขนาดนั้น ?) มันมีปัญหาในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการลดทอนปัญหา Power Dynamic ในที่ทำงาน การ Romanticized เรื่องปัญหาสุขภาพจิต ก็ล้วนแต่เป็นการแยก "ความรับผิดชอบ" ออกจากตัว Curly และ Jimmy มากขึ้นไปอีก

วีดีโอของคุณ wowacoolusername ได้พูดถึงประเด็นการที่ด้อม "เลียง" ใช้ชื่อจริงของ Jimmy เพื่อที่จะ "ลด" ความรุนแรงของสิ่งที่เค้าก่อลงได้อย่างดีเยี่ยม

แถมในแฟนด้อมยังมี การหลีกเลี่ยงใช้ชื่อของ "Jimmy" ทำอย่างกับว่าเค้าเป็น "ลอร์ด วอลเดอร์มอล" ทุกครั้งเวลาพูดถึงประเด็นหนัก ๆ ในเนื้อเรื่อง มันเป็นการลดทอนความผิดของตัวละครอีกอย่างนึงเช่นกัน เหมือนแพลตฟอร์มต่าง ๆ แบนการใช้คำพูดที่ "รุนแรง" เกินไปอย่างเช่น "ข่มขืน" "ตาย" "ยิง"

การเซ็นเซอร์คำเหล่านี้อย่าง "ตั้งใจ" ทำให้คนที่อาจจะ Trigger กับเนื้อหาเหล่านี้ ไม่สามารถกรองมันออกได้ด้วยระบบฟิลเตอร์ เมื่อคำเหล่านั้นเป็นคำที่คนชินกับการ "ห้ามใช้" และ "เลี่ยงใช้" ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่แบนหรือไม่แบนก็ตาม แถมยังทำให้ปัญหาเหล่านี้ดูไม่ร้ายแรงเท่าที่มันควรจะเป็น

มันก็คล้ายกับกรณีที่แฟนด้อมเลี่ยงใช้คำว่า "Jimmy" เมื่อพูดถึงตัวละครนี้ กลับกลายเป็นว่าเราทำให้มันเป็นเรื่องที่ดูซอฟและตลกไปโดยปริยาย ถึงแม้มันอาจจะไม่ใช่เจตนาที่แท้จริง แต่มันเป็นการแยกตัวตนของตัวละครกับสิ่งที่ตัวละครนั้นได้ก่อในเนื้อเรื่องอีกด้วย

แม้กระทั่งตัวละครชายอีกสองคนอย่าง Swansea และ Daisuke ก็มักจะโดน Mischaracterize อยู่บ่อยครั้ง

และการ Mischaracterization ของตัวละคร Mouthwashing มันก็ไม่ได้หยุดกับแค่ Jimmy เพราะตัวละครอย่าง Swansea และ Daisuke เอง ก็โดนแฟนด้อมใส่สีตีไข่ จนตัวละครเหล่านั้น "อยู่เหนือความรับผิดชอบ" ที่ตัวเองนั้นละเลยปัญหาในเกม

อย่างเช่น มีหลายคนที่เชื่อว่าตัว Swansea จะจัดการเรื่องทั้งหมดในเกมได้ ถ้า Anya บอกเค้าเป็นคนแรก ซึ่งมันกลายมีมเยอะแยะมากมายที่จะเห็น Swansea ถือปืนเหมือนจะไปยิง Jimmy

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ และเป็นหนึ่งใน Plot Point หลัก ก็คือการที่ Swansea ลุกขึ้นมาสู้กับ Jimmy หลังจาก Daisuke โดนไฟช็อตจนเสียชีวิต แต่ตัวเกมก็ได้เผยว่า ที่จริง Swansea รู้อยู่แก่ใจมาตลอดเรื่องที่ Jimmy ได้กระทําชําเรา Anya ซึ่งทาง Wrong Organ ใช้ตัวละคร Swansea โชว์ความเป็น "Boy's Club" (ก๊วนชายเป็นใหญ่) บนยาน Tulpar เพราะเค้าเลือกที่จะเอาเรื่องเข้าจริงก็ต่อเมื่อตอนที่มี "ผู้ชาย" เป็นฝ่ายถูกกระทำ

ในกรณีของ Daisuke เค้ามักจะโดนคนบนโซเชียลมีเดียวาดเป็น "smol bean" (เด็กไร้เดียงสา) ทั้ง ๆ ที่เนื้อหาเกมเองนั้น ก็โชว์ให้เราเห็นว่าเค้าเป็น "เด็กเส้นไม่เอาไหน" ที่ต้องการได้รับการถูกยอมรับจากผู้ชายคนอื่น ๆ บนเรือ

มันอาจจะเป็น Coping Mechanism (กลไกการรับมือ) ของแฟนด้อมนี้คิดว่า "เห้ย แต่สอนคนนี้ที่ไม่ได้ผิดอะไร อาจจะช่วยตัว Anya ได้ !" จนมองข้ามสิ่งที่เกมสื่อว่า "ไม่มีใครช่วย Anya แม้แต่คนเดียว"


Anya: นักเรียนพยาบาล นักอ่าน นักเรียนจิตวิทยา นักวิ่ง ชอบกราเซีย ฯลฯ

ความตลกร้ายจากสิ่งที่ได้เล่ามา คงจะเป็นเรื่องที่คนในแฟนด้อมสามารถ "ปิดตา" ไม่มองสิ่งที่ผู้ชายบนยาน Tulpar กระทำ แต่ "จ้องมอง" เพียงแค่มิติเดียวของตัวละคร Anya

มันปฏิเสธไม่ได้ว่าคนจำนวนมากในสังคมทั่วโลกก็ยังติดหล่มของวัฒนธรรมข่มขืน ไม่ว่าจะผ่านการ Victim Blaming (การกล่าวโทษเหยื่อ) ในหลาย ๆ AU อย่างเช่น "Tell Swansea" ที่มีนัยว่า "ก็เธอไม่ยอมบอก Swansea เอง !" หรือการที่หลาย ๆ คนในแฟนด้อมนั้นมองเธอเป็นเพียงแค่ "เหยื่อ" จนมองข้ามหลาย ๆ สิ่งที่เธอเป็น

พวกคุณรู้ไหมว่าโปเกม่อนตัวโปรดของเธอ คือ Glaceon (กราเซีย) ?

ตัว Anya นั้น:

  • ไม่ได้จบพยาบาล และสอบตกถึง 8 ครั้งแล้ว แต่ก็ยังดึงดันอยากจะเรียนสายนี้ จึงเข้าทำงานกับ Pony Express เพื่อจะศึกษาต่อได้ (ซึ่งตรงนี้ก็สะท้อนถึงความไร้มาตรฐานในการกรองคนหรือการว่าจ้างของบริษัท Pony Express)
  • นอกจากการเรียนเป็นพยาบาล เธอกำลังศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยา และยังมีหนังสือมากมายในห้องพยาบาลของเธอ
  • เธอชอบการวิ่งมาก ๆ มันช่วยทำให้เธอผ่อนคลาย
  • ตัว Wrong Organ เองเคยเสริมว่า Anya เป็นคนชอบดูรายการเรียลลิตี้เกรดต่ำแบบหลายตอนรวด และโปรดปรานอาหาร Fast Food

ซึ่งตัวละครของ Anya มีอะไรให้พูดถึงเยอะแยกมากมาย แต่สิ่งที่น่าเศร้าของมัน คือการหารูปแฟนอาร์ตมาประกอบสิ่งเหล่านี้ มันก็หายากเหลือเกินที่จะไม่มีการโดนข่มขืนและการตั้งครรภ์ของเธอเข้ามาเอี่ยว

ตัวละครอื่น "ลอยตัว" แต่เธอต้องจมอยู่กับ "ความรับผิดชอบ" ที่โดนยัดเหยียดใส่ตัวเธอh

เราสามารถเขียน AU ให้ผู้ร้ายกลายเป็นคนดีได้ เราสามารถเขียนแฟนตาซีต่าง ๆ ให้ตัวละครชายเป็นฮีโร่ได้ เราสามารถเขียน Happy Ending ให้ตัวละครตัวไหน ๆ ก็ได้ โดยที่ไม่ต้องพูดถึงประเด็น "ความรับผิดชอบ" ต่อสิ่งที่ตัวละครชายเหล่านั้นได้กระทำลงไป แต่สิ่งที่แฟนด้อมส่วนใหญ่เลือกจะทำอย่างน่าเสียดายคือการเลือกที่จะไม่ให้เธอแยกจากการถูกข่มขืนหรือการตั้งครรภ์ของเธอในงานแฟนอาร์ตหรือแฟนฟิคเกี่ยวกับเกมนี้ ไม่เหมือนกับที่พวกเค้าทำให้กับตัวละครชายทั้ง 4

เพราะในขณะที่ตัวละครอื่นกลายเป็น "Babygirl" ตัวละคร Anya ต้องโดนบังคับมาเป็น "Baby mama" หรือนั่งร้องไห้ให้กับเด็กที่เธอพูดในเกมอย่างชัดเจนว่า "ฉันไม่ต้องการมัน"

ในขณะที่คนอื่นรอดพร้อมกับเธอและอยู่กันอย่างสุขสบาย แต่เธอต้องมารับบท "แม่" ต้องเลี้ยงเด็กที่มาจากการโดนล่วงละเมิดทางเพศ

ในขณะที่เราพยายามพลักดันสังคมให้ช่วยผู้คนที่ถูกกระทำเช่น Anya ให้พ้นจากความทุกข์ แต่แฟนด้อมตัดสินใจที่จะวาดเธอกดลูกจมน้ำ ทำให้เธอดูเหมือนปีศาจ ทั้ง ๆ ที่พวกเค้าจะเลือกให้เธอยุติการตั้งครรณ์ก็ได้

ถ้าจะเขียนออกทะเล เปลี่ยนบทกันขนาดนี้แล้ว มันก็ตลกที่ Anya ยังต้องเป็น "เหยื่อ" อยู่ดี

หรือแม้กระทั่ง "Pirate AU" ที่ออกทะเลไปไกลแสนไกล ก็ยังเลือกที่จะเก็บสิ่งเดียวไว้อยู่ นั้นก็คือการที่ Jimmy ล่วงละเมิด Anya ซึ่งมันจะโหดร้ายเกิดไปไหม ? ไหน ๆ ก็เปลี่ยนคาเรคเตอร์ตัวละครออกนอกจากต้นฉบับแล้ว ทำไมต้องตอกย้ำและลดทอนเธอเหลือคือการเป็นเหยื่อ

และการ "ปิดตา" ที่หนักที่สุดก็คงหนีไม่พ้น การชิปตัวละคร Jimmy และ Anya ด้วยกัน ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายเยอะว่า ทำไมมันเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะนอกจากตัวเกมบอกผู้เล่นอย่างตรงไปตรงมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนสองคนนี้แล้ว โดยเฉพาะความรู้สึกที่ Anya มีต่อ Jimmy และสิ่งที่เค้ากระทำกับเธอ แต่มันก็ไม่สามารถหยุด Fandom นี้ ไม่ว่าจะผ่าน AU หรือแม้กระทั่งเล่นกับไดนามิคของตัวละครในแบบฉบับเกม ก็หาได้อย่างง่ายดายบน Archive of Our Own และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

ซึ่งส่วนตัวแล้ว เราก็ไม่รู้ว่า คุณต้องชักแม่น้ำทั้งห้ายังไงเพื่อจะหาเหตุผลมา Justify ในการชิปคู่นี้ ที่ดันมีคนสนับสนุนเยอะมากจนน่าตกใจจริง ๆ เพราะการโปรชิปคนที่ข่มขืนกับเหยื่อ มันเป็นอะไรที่นอกจากใจร้ายมาก ๆ แล้ว มันยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมการข่มขืน (Rape Culture) ไปในตัวอีกด้วย ผ่านการ "ปิดตา" กับสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เพื่อที่จะได้จิ้นคู่หนึ่งอย่างมีความชอบธรรมและเสรี

ในสังคมปิตาธิปไตย บ่อยครั้งที่ตัวเหยื่อมี Gender Identity เป็นผู้หญิงจะถูกสังคมตราหน้าว่าต้องมลทิน เหมือนกับพวกเค้าเป็น "ปีศาจ" ไม่ต่างจากคนที่กระทำพวกเค้า

ตัว Anya เอง ที่เขียนออกมาจากนักเขียนที่อยู่ในสังคมเช่นนี้ พยายามจะเชื่อว่า "นาทีที่เลวร้ายของพวกเรา ไม่ได้ทำให้เราเป็นปีศาจ" ซึ่ง Anya นั้น ไม่ได้พูดถึงเพียงตัว Jimmy อย่างที่ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยตีความกัน เพราะเธอกำลังพูดถึงตัวเธอเองอยู่เช่นกัน

การเป็นเหยื่อจากการข่มขืนเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เราทุกคนมี "หน้าที่" และ "ความรับผิดชอบ" ต่อพวกเค้า ไม่ว่าจากเรื่องที่ดูเล็กน้อยอย่างการส่งกำลังใจให้กันและรับฟังพวกเค้า จนเรื่องคดีความและการช่วยเอาผิดกับคนที่กระทำความผิด แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรจะลืมก็คือ "พวกเค้าเป็นมากกว่าเหยื่อ"

พวกเค้ามีความฝัน มีสิ่งที่ชอบ สิ่งที่รัก สิ่งที่เกลียด เหมือนมนุษย์ทุกคน การที่เราโฟกัสกับจุดนี้ของเธอมากเกินไปมันเป็นการลดทอนตัวตนของเธอ แต่การที่เราจะไม่โฟกัสกับมันเลย ก็เป็นการ "หนีปัญหา" และ "ปิดตา" กับสิ่งที่เธอต้องเผชิญอยู่

การตายของเธอ ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายที่สุด เพราะมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอได้เลือกทำ เพราะสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเธอ คือการเจอคนอย่าง Jimmy

การจากไปของ Anya จากการที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครเลยแม้แต่คนเดียว ในเกมมันเลยเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าตลอดหลายเดือนในเนื้อเรื่อง ในสังคมที่มันดีกว่านี้ เธอสามารถได้รับความช่วยเหลือจากชายอีกสามคนและตัวบริษัท Pony Express แต่ในเมื่อไม่มีใครมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตรงนี้ โศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงเกิดขึ้น และมันน่าขำตรงที่ทุกคนมามุงในวันที่สายไปเนี่ยสิ...

สำหรับเรา เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่งที่การเลือกปฏิบัติทางเพศมันเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกับเกมที่เรียกร้องให้ผู้เล่นหันมาสนใจเรื่องเหล่านี้ และเชิญชวนผู้เล่นให้มี "ความรับผิดชอบ" กันอย่างมากขึ้นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะในช่วงปี 2020s ที่กระแสต่อต้านผู้หญิง LGBTQ+ และคนที่มาต่างแดน มันกลับมาอีกครั้งอย่างน่าตกใจ ถึงเวลาที่คนในสังคมต้องดูแลกันและกัน ใส่ใจกันมากขึ้น รับผิดชอบต่อสิ่งที่กระทำลงไป จี้ให้คนผิดต้องออกมารับผิดชอบ


Wrong (Doings) Organ: ความผิดพลาดของผู้พัฒนา

แต่เราจะคาดหวังให้แฟนคลับจริงจังกับตัวเนื้อเรื่องกันได้เยี่ยงไร ในเมื่อตัวผู้พัฒนาเกมเองอย่าง Wrong Organ ก็มัวแต่เอาฮาบนโลก Social Media เพราะทุกสิ่งที่เราได้วิจารณ์ไว้ในข้างต้น ล้วนได้รับการ Endorse จากทีมงาน Wrong Organ ทั้งสิ้น

กลายเป็นว่าทีมงานที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ "ความรับผิดชอบ" ก็ไม่ได้มีความรับผิดชอบมากพอให้แก่สิ่งที่ตัวเองเขียนและสื่อออกมาในตัวเกม เพราะความ "แปลก" ของแฟนด้อมนี้ ก็เป็นตัว Wrong Organ เองที่บ่มเพาะจนออกมาเป็นเช่นนี้

แม้กระทั่งการที่ทีมงานคิดว่าการเขียน Anya เช่นนี้ในช่วงพัฒนาเกม ก็บ่งบอกอะไรได้หลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับ Mindset ของทีมงาน

ซึ่งมันก็สอดคล้องกับคำแถลงในช่วงแรก ๆ ของเกม ที่ทาง Wrong Organ ได้กล่าวว่า "ถ้าไม่ชอบก็แค่บล็อคมันไป" ในกรณีที่มาของการโต้เถียงรูปวาด NSFW ของ Anya ที่เป็นเรื่องถกเถียงกันในตอนนั้น

แถลงการณ์ครั้งนี้เสมือนดั่งลูกกระสุนปืนของแฟนด้อมอย่างหนึ่ง เพราะไม่ว่าติติงต่องานแฟนอาร์ตจะมีน้ำหนักมากขนาดไหน แฟนด้อม Mouthwashing ก็เลือกที่จะใช้คำแถลงนี้เป็นเครื่องมือในการ "ยุติ" การสนทนาที่เกี่ยวกับ "ความเหมาะสม" ของงานต่าง ๆ

น่าเศร้าที่ตัวเกมใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นการเปรียบเปรย เพราะไม่ว่าปากหรือฟันคุณจะเน่าเละขนาดไหน ก็ยังเอาน้ำยาบ้วนปากมาใช้กลบกลิ่นได้ แต่ปัญหาที่แท้จริงก็ยังคงอยู่ เพราะเราไม่ได้แก้มันและมัวแต่หนีปัญหาจากความรับผิดชอบของเรา

เหมือนดั่งแฟนด้อมที่ใช้คำแถลงนี้เป็นเหมือนน้ำยาบ้วนปาก ใครมีปัญหาแล้วจะทำไม ไม่ชอบก็บล็อคไป เลี่ยงการพูดคุยถึงปัญหาที่อาจจะตามมาจากผลงานเหล่านี้ จะแลกเปลี่ยนความเห็นกันทำไม เราก็แค่กลบมันไปซะ

แต่ความเน่าในช่องปาก มันก็จะยังคงอยู่ เพราะมันไม่ได้รับการรักษาเลยแม้แต่ครั้งเดียว


TAKE RESPONSIBILITIES

บางครั้งเราก็คิดว่า "หรือทีมงานมันแค่ฟลุ๊ควะ ?" กับเกมนี้ เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่า Mouthwashing มันออกทะเลไปไกลขนาดนี้กันได้ไง จากเกม 3 ชั่วโมงที่ชัดเจนมากกับสิ่งที่มันเป็น ที่มีตัวละครอันน่าจดจำทั้ง 5 ทำไมสื่อรอบข้างของเกมนี้มันออกมาเป็นแบบนี้ได้...

ตอนแรกก็อยากจะเขียนตั้งแต่ปีที่แล้วตอนที่เห็น Nendoroid ของ Anya มันทำให้นึกถึง Funko Pop ของ Laura Palmer จาก Twin Peaks ที่โดนด่ายับตอนที่เปิดตัวมา

ไอ้สัส - เสียงน้าค่อม

ก่อนเขียนบทความนี้ เราได้ตั้งคำถามกับตัวเองนะว่า "ทำไมเค้าถึงทำ Nendoroid ตัวนี้ออกมา" แต่พอเราได้เห็นสิ่งที่ Wrong Organ ได้ Endorse ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรอีกต่อไป

อยากถามจริง ๆ ว่าใครมันจะซื้อเก็บลงฟะ

Laura Palmer ก็เหมือน Anya ใช่ เธอเป็นมากกว่าเหยื่อคดีข่มขืน แต่การที่ขายศพตัวละครในคดี "ข่มขืน" มันพูดให้ฟังดูขึ้นยากมาก ๆ เพราะมันคงไม่มีเหตุผลรองรับอันไหนที่ฟังดูขึ้นจริง ๆ จัง ๆ

ในขณะที่ศพของ Laura Palmer โดนด่าเละตุ้มเป๊ะ แต่แฟนด้อมของ Mouthwashing ที่บ่มกันมาขนาดนี้ ก็ได้เปิดประตูนรกให้กับชุดความคิดอย่างข้างบน

มันเป็นอะไรที่น่าเศร้าเหมือนกันกับเหตุการนี้ เมื่อปีที่แล้ว ที่ "คนนอก" มองเข้ามาแล้วงง มากว่าทำไม Wrong Organ ถึงได้อนุมัติการผลิต "หน้าศพ" ของ Anya ในขณะที่คนในด้อมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่แปลก ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว มอว่าการที่แฟนด้อม Mouthwashing มันเป็นอย่างนี้มาเกือบสองปี เพราะการที่ทั้งแฟนด้อมและตัวทีมงานเองปัดความรับผิดชอบต่อตัวเนื้อเรื่อง มันคง desensitized (ทำให้ด้านชา) คนที่เสพผลงานแฟนอาร์ตกันไปหมด จนไม่เข้าใจว่าทำไมคนนอกจึงมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ "แปลก"

แต่ Jimmy มีตุ๊กตาแมวเหมียวนะฮาฟ

อย่างไรก็ตาม Mouthwashing ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเกม Horror ที่ดีที่สุดตลอดกาลในใจของเรา และเราคิดว่าเมสเสจ "ในตัวเกมเอง" ก็ยังคงมีความ Impact ต่อตัวเราอย่างมหาศาล และเราเลือกที่จะให้ความรับผิดชอบแก่มัน ผ่านการเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีขึ้นในชีวิตจริง ให้ความสนใจคนรอบข้างมากขึ้น และพยายามเรียนรู้ถึง signs ต่าง ๆ ของเหยื่อของความรุนแรงทางเพศเพื่อที่ช่วยเหลือพวกเค้าได้

อย่างที่ Community Note ในตำนานได้กล่าวไว้บน Twitter

การไม่สนับสนุน ผู้ก่อความรุนแรงทางเพศ ข่มขืน ทำร้ายร่างกาย ถือเป็นมาตรฐานความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ “บาร์ศีลธรรมอันสูงส่ง”

เราจึงเลือกที่จะจำ Jimmy เป็นผู้ก่อความรุนแรงทางเพศเป็นสิ่งแรก ก่อนที่เราจะมองด้านอื่นของตัวเค้า

ฉะนั้น เราสามารถเลือกจำ Anya ในฐานะคนที่เก่งมาก ๆ คนหนึ่งที่มีความฝันอันมากมาย ทว่ากลับโดนพรากความฝันเหล่านั้นไป

เพราะการที่จะจดจำเหยื่อของพวกเค้า เป็นมากกว่าเหยื่อ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในสังคมที่ควรต้องทำ